สปอยล์ หนัง รีวิวหนัง เว็บสปอยล์หนัง

คู่กรรม วรรณกรรมที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

 

 

          มันจะมีนวนิยายกี่เรื่องที่ทำมาสร้างเป็นหนัง แถมยังสร้างรีเมคออกมาถึง 10 รอบ (แบ่งเป็นละครโทรทัศน์ 6 เรื่อง ภาพยนตร์ 4 เรื่อง) แถมรอบล่าสุดยังฉายชนกันทั้งแบบละคร และภาพยนตร์อีกด้วย และไม่ว่าสร้างออกมากี่รอบ ต่อกี่รอบ กระแสก็ไม่เคยแผ่ว ด้วยความที่วรรณกรรมตีความออกมาได้ดีกินใจเหล่าผู้ชม นี่แหละ เสน่ห์ของคู่กรรม

 

 

 

 

มาทำความรู้จักคู่กรรมให้มากขึ้นกันกันดีกว่า

 

            คู่กรรม ถูกประพันธ์โดน ทมยันตี เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรม เนื้อเรื่องดำเนินในช่วงประเทศไทยในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทมยันตีได้ไปเยือนสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักช่วงประมาณปี พ.ศ. 2508 แล้วสังเกตเห็นคำจาที่สลักไว้บนหลุมศพทหารสัญชาติเนเธอแลนด์คนนึง และมาทราบภายหลังว่าเป็นลูกชายคนเดียวและมาเสียชีวิตในประเทศไทย ทางพ่อแม่เองไม่สามารถมาร่วมพิธีฝังศพได้ ทมยันตีจึงได้แรงบัลดาลใจจากเหตุการณ์นี้ไปเขียน พัฒนาจนรวมเล่มเป็นหนังสือคู่กรรมตอนปี พ.ศ. 2512 

 

 

คู่กรรม วรรณกรรมที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

 

 

        สำหรับเนื้อเรื่อง คู่กรรม ไม่มีอะไรมาก อังศุมาริน ผู้หญิงไทยที่โดน โกโบริ ทหารญี่ปุ่นตามจีบ แต่ด้วยความที่นางเอกไม่ชอบทหารญี่ปุ่น จึงได้เกิดอารมณ์พ่อแง่แม่งอน ตามจีบกันตามง้อกัน ซึ่งจะทำให้คนดูลุ้นอย่างมากว่าคู่นี้จะจบอย่างไร (เฉพาะคนที่ดูครั้งแรกนะ) จะให้อารมณ์แบบละครหลังข่าวนิด ๆ คนดูจะค่อย ๆ ซึมซับความรู้สึกตัวละครไปทีละนิด ๆ และสุดท้ายจะโดนตัวหนังระเบิดออกมาให้ตายคาจอกันไปเลย

 

 

คู่กรรม วรรณกรรมที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

 

 

ความรู้สึกและความผูกพันธ์ที่มีต่อแฟรนไชส์นี้

 

         ถ้าถามคนรุ่นเก่า ๆ คู่กรรม คือละครเรื่องนึงที่โด่งดังมาก ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะคู่กรรมมีมาช้านาน ด้วยเนื้อเรื่องที่เหมือนกัน ดังนั้นความต่างแต่ละภาคจึงขึ้นอยู่กับผู้กำกับ ว่าจะถ่ายทอดออกมาในรูปแบบไหน มันจะมีต้องมีสักพักที่ดีที่สุด มีสักภาคที่เฉพาะตัวละครโกโบริ ดีที่สุด อย่างตัวคนเขียนเองก็รู้จักเฉพาะคู่กรรม ณเดชน์-ริชชี่ ที่เป็นฉบับภาพยนตร์ และคู่กรรม บี้-หนูนา ที่เป็นฉบับละครโทรทัศน์ เลยทำให้เห็นจุดเปรียบเทียบของสองเวอร์ชั่นนี้ชัดเจน อย่างฉบับบี้-หนูนา

 

 

คู่กรรม วรรณกรรมที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

 

 

         ด้วยความที่เป็นละครโทรทัศน์ เลยทำให้เวลาในการสื่อสารนั้นมากกว่า สามารถเล่าอะไรได้เยอะกว่าฉบับภาพยนตร์อย่างฉบับณเดชน์-ริชชี่ ที่รวบรัดตัดตอนกว่าตัดฉากสำคัญ ๆ ไปมากกว่าตัดบทพูดไปอย่าง “วิญญาณชั้นรอที่ทางช้างเผือก” และ “ดั่งหิ่งห้อยเฝ้าคอยจนชีพวาย” คำพูดพวกนี้ในฉบับณเดชน์-ริชชี่ตัดทิ้งหมด ซึ่งคำที่บอก ๆ ไปแทบจะเป็นซิกเนเจอร์ของแฟรนไชส์นี้ด้วยซ้ำ ในทางกลับกันตัวโกโบริ ทางณเดชน์ทำไว้ได้ดีกว่ามาก สำเนียงไทยคนญี่ปุ่นเอย สีหน้าเอย ค่อนข้างดีกว่ากว่าฉบับบี้ แต่ทางฝั่งอังศุมาริน ฝั่งหนูนากินขาด อาจเพราะริชชี่ประสบการณ์ยังไม่มากพอ ด้วยน้ำเสียงที่บางช่วงไม่ชัดกว่าโกโบริ รวมถึงแววตาที่แข็ง การแสดงออกต่าง ๆ เลยออกมาดูแข็ง จากอังศุมารินที่แบบหวั่นใจไปบ้าง

 

 

คู่กรรม วรรณกรรมที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

 

 

          กลายเป็นเกลียดไปเลย เกลียดแบบแค้นฝังหุ่น ไม่มีใจให้ฝั่งโกโบริเลย (โกโบริน่าสงสารที่สุดละเวอร์ชั่นนี้ 5555) อาจเพราะผู้กำกับอย่างคุณเรียว กิตติกร ที่ตั้งใจนำเสนอเรื่องราวนี้เฉพาะครึ่งหลัง ในตัวภาพยนตร์เลยเล่าซีนครึ่งแรกเฉพาะสิ่งสำคัญ ๆ ตัวผู้กำกับเองพยายามโฟกัสที่ความรักของคนสองคน ซึ่งมันก็ดีแต่ก็พ่วงมาด้วยความเสี่ยง เพราะการตัดฉากนั้นต้องเลือกให้ดี ไม่เช่นนั้นกลิ่นอายที่ตัวหนังควรจะสื่อออกมาอาจไม่เหลือเค้าเดิม เวอร์ชั่นภาพยนตร์จึงมีข้อดีเพียงอย่างเดียวคือตัวโกโบริจริง ๆ มันอาจจะสนุกกว่านี้ถ้าไม่เอาเวอร์ชั่นอื่นมาเปรียบเทียบ แต่ในเมื่อมันใช้ชื่อเดียวกันจะไม่ให้เปรียบเทียบกันได้ยังไงหล่ะจริงไหม  ถ้ามีเวลาว่าง แนะนำให้ไปดูแบบละคร คู่กรรม 2556 (ของเวอร์ชั่นบี้-หนูนา)น่าจะโอเคกว่า ซึ่งในอนาคตเชื่อว่ามันจะมีเวอร์ชั่นอื่น ๆ ตามมาอีกแน่ ถ้าอยากรู้เค้าโครงเดิมเพื่อให้อิน บางทีการไปซื้อหนังสือมาอ่าน จะเข้าใจเนื้อเรื่องที่แท้จริงมากกว่า และเมื่อถึงตอนนั้น การที่เราเล่นหนังที่เล่นไปตามตัวหนังสือที่เราเคยอ่าน มันจะสร้างความตื่นตาอย่างมากเลยแหละ